Categories
บอลไทย

6 ปีแห่งความหลัง! สุภโชค ถึง ตูเญซ “จากไม่ชอบหน้าสู่พี่ชายที่แสนดี”

ดาวรุ่ง ปราสาทสายฟ้า ย้อนความทรงจำถึง ตูเญซ ที่เริ่มจากคนไม่ชอบหน้า ก่อนเปลี่ยนเป็นพี่ชายที่แสนดีในภายหลัง
สุภโชค สารชาติ กองกลางดาวรุ่ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ย้อนความทรงจำถึง อันเดรส ตูเญซ ตั้งแต่วันแรกที่ลงฝึกซ้อมร่วมกันโดยไม่ชอบหน้า แต่หลังจากนั้นกลับแปลงเป็นพี่ชายที่แสนดี และคอยให้ความเชื่อมั่นมาตลอด  ufa1688 

แข้งวัย 21 ปี ถูกดันขึ้นสู่ชุดใหญ่เมื่อช่วงเลกสองของฤดู 2015 ขณะที่แนวรับทีมชาติเวเนซูเอลา ย้ายมาร่วมทัพ ปราสาทสายฟ้า ในเลกสอง ของฤดู 2014 ทำให้ก่อนหน้านั้นมีโอกาสร่วมฝึกซ้อมร่วมกัน แต่กลับไม่ค่อยชอบหน้ากันสักเท่าไหร่ในช่วงแรก

“ตอนผมเล่นอคาเดมี ช่วงนั้น ตูเญซ พึ่งจะมาใหม่ๆ เขาค่อนข้างอีโก้สูงครับ” ดาวยิงปราสาทสายฟ้ากล่าวกับ โกล เมืองไทย

“เวลาเราซ้อมลงทีมผมชอบเลี้ยงหลอกตูเญซบ่อยๆ จนเขาไม่ชอบผม เตะกันตลอด ต่างคนต่างไม่ยอมกันจนจะมีเรื่องในสนามบ่อยๆ แต่ตอนนั้นพี่ๆ ในทีมก็ห้ามครับ เป็นอย่างงี้ทุกครั้งที่ซ้อม”

“เขาบอกผมว่าถ้าลงในสนามเล่นให้ได้แบบงี้นะ จนผมก็ไม่ชอบเขาเหมือนกันและไม่คุยด้วย 2-3 วัน แต่จู่ๆ เขาก็มาคุยด้วยมาหยอก เหมือนมาขอคืนดีด้วย หลังจากนั้นก็ดีกันมาตลอดครับ ช่วงขึ้นมาชุดใหญ่แรกๆ ผู้คนจำนวนมากในทีมก็ไม่ค่อยเชื่อมั่นผมสักเท่าไหร่ แต่ ตูเญซ คือคนที่แสดงออกชัดเจนว่าเขาเชื่อมั่นในตัวผม นายทำได้นะอะไรแบบงี้ครับ”

“เขาก็เป็นเหมือนพี่ชายที่คอยปกป้องเราทุกครั้งทั้งในและนอกสนาม ไม่ใช่แค่กับผม แต่เขาดูแลทุกคนในทีมด้วยครับ และเขาเป็นคนอัธยาศัยดีมากๆ เวลาอยู่นอกสนาม ”

เมื่อถามถึงความประทับใจในตัว ตูเญซ ดาวรุ่ง ปราสาทสายฟ้า กล่าวว่า “น่าจะเป็นตอนที่ผมเล่นให้ทีมชาติไทยนัดเสมอเวียดนาม 0-0”

“ผมโดนหลายท่านด่าจากจังหวะยิงไม่เข้าท้ายเกม แต่ ตูเญซ อัพไอจีและบอกว่า ‘นายน่ะเป็นผู้เล่นที่โคตรดีแล้ว รักมึงนะ’ ทำให้ผมมีกำลังใจขึ้นเยอะเลยครับ”

“ผมรู้สึกใจหายตอนเขามาลาทีมในห้องแต่งตัว ผมคิดว่าเขาอำเล่น แต่เขาก็มาบอกว่าบอลก็อย่างงี้แหละ หมดเวลาและจากนั้นก็ต้องแยกย้าย”

“ก็ขอบคุณเขาที่คอยช่วยบุรีรัมย์มาตลอด 7 ปี ขอให้เขาโชคดีในเส้นทางข้างหน้า และขอให้ครอบครัวเป็นสุขครับ” สุภโชค ปิดท้าย “เท่ห์” ก้าวหน้าศักดิ์ วงษ์กรณ์ ปีกความเร็วสูงทีมชาติไทย​ รุ่นอายุไม่เกิน​ 23​ ปี​ เปิดเผยว่าเดี๋ยวนี้อยู่ติดบ้านช่วยที่บ้านทำฟาร์ม ไม่ค่อยได้ออกไปไหน เพื่อให้ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ทำให้นึกถึงการเล่นบอลมากๆ “ผมนึกถึงการไปซ้อมบอลกับสโมสรทุกๆวัน ตอนนี้เราใช้ชีวิตต่างจากเดิม อยู่ห่างกัน และคุยกันได้แค่ทางโทรศัพท์ โซเชียลมีเดีย หรือวีดีโอคอล”

“ผมนึกถึงบอล เพื่อให้นร่วมทีม สตาฟฟ์ และทุกคนในสโมสร รวมทั้งแฟนบอลด้วย หวังว่าในเร็วๆ​ นี้ ทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติ และจะได้เจอกับทุกคนอีกรอบ” การแข่งขันชิงแชมป์โลกที่ประเทศลิธัวเนีย ที่มีกำหนดการฟาดแข้งระหว่าง วันที่ 12 กันยายน – 4 ตุลาคม 2563 แต่ก็มีแนวโน้มว่าจะจัดการแข่งขันตามโปรแกรมไม่ได้
เพราะว่าการระบาดใหญ่ของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนทำให้กีฬาใหญ่อย่างโอลิมปิกเกมส์ และบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ต้องเลื่อนไปจัดปีหน้า
ซึ่งปัจจุบันทาง นายพลเอ็ดการ์ส สแตนเดวิเชียค เลขาธิการสมาคมบอลลิธัวเนีย ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า จากการที่กีฬาใหญ่ๆมีการเลื่อนไปจัดปีหน้ากันหมด ก็ไม่เหตุผลที่ฟุตซอลชิงแชมป์โลกก็สมควรจะเลื่อนไปปีหน้าเช่นกัน

“ทุกอย่างจะกระจ่างชัดเร็วๆนี้ เพราะทางเราก็ประสานกับฟีฟ่าโดยตลอดเพื่อให้ให้ได้คำตอบที่ชัดเจน และสัญญาว่าจะรีบแจ้งทันที” นายพล เอ็ดการ์ส กล่าว

“ทางเราได้ทำข้อเสนอต่อฟีฟ่าขอให้เลื่อนการแข่งขันไปปีหน้า และกำหนดการยังคงเดิมคือเดือน ก.ย.2564 เพราะเป็นตอนๆเวลาที่ดีที่สุด ข้อเสนอดังที่กล่าวถึงแล้วกำลังรอผู้บริหารฟีฟ่าตัดสินใจ”

สำหรับ ลิธัวเนีย ได้รับโอกาสเป็นเจ้าภาพฟุตซอลชิงแชมป์โลกเป็นนัดแรก และถือเป็นครั้งที่ 3 ในทวีปยุโรปที่ได้จัด หลังสเปนจัดขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อปี 1996

ดังนี้ลิธัวเนีย มียอดติดเชื้อไวรัสโควิด–19 รวมทั้งประเทศอยู่ที่ 1,375 คน เสียชีวิต 45 คน รักษาหาย 563 คน หลังการสัมมนา อรรณพ สิงห์โตทอง อุปนายกสมาคมฯ กล่าวว่า “ภายหลังที่อาทิตย์ก่อน ประชุมไปครั้งหนึ่ง วันนี้เราก็ได้ข้อสรุป ก็คือมี 6 โซน กลุ่มละ 12-14 ทีม เริ่มเตะเดือนกันยายน จบประมาณเดือนมีนาคม เรื่องโควต้านักเตะนั้น ให้โควต้านักเตะต่างชาติลงเล่นได้ 3 คน”

“และต้องส่งผู้เล่นอายุไม่เกิน 23 ปี ลงเป็นตัวจริง 2 คน มีการตกชั้นปกติ 1 ทีม จากแต่ละโซน รอบแชมเปี้ยนส์ลีก จะเล่นแบบมินิลีก 2 กลุ่ม กลุ่มละ 6 ทีม แข่งกันทีมละ 5 นัด เอาชั้น 1 แต่ละกลุ่มเลื่อนชั้นเลย ส่วนชั้น 2 ของแต่ละกลุ่มต้องมาเจอะกัน เพื่อให้เพลย์ออฟเลื่อนชั้น มันจะเหมือนลีกภูมิภาคอดีตกาล”

“ด้วยสภาวะตอนนี้ จากทั้งโควิด-19 และด้วยงบประมาณแต่ละสโมสร เราเลยคิดว่ากลับไปเหมือนตอนลีกภูมิภาคจะดีมากกว่าไหม แล้วเราก็มาเน้นเรื่องคลับ ไลเซนซิ่ง ให้มากขึ้น เพราะคลับ ไลเซนซิ่ง เป็นเรื่องสำคัญในการปรับมาตรฐานของทีมในการเลื่อนชั้นไปเล่นไทยลีก 2”

“เพราะฉะนั้นทีมจากไทยลีก 4 ก็ต้องปรับตัวเรื่องสนาม เรื่องกิจกรรมต่างๆ และการบริหารจัดการ ส่วนทีมจากไทยลีก 3 มันจะเข้มข้นขึ้น เพราะต่อไปคุณต้องขึ้นไทยลีก 2 มันจะมีเรื่องการตลาด เรื่องการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้นมาเกี่ยวข้อง”

“นอกจากนี้การปรับมาเป็นอย่างงี้ มันก็เริ่มตอบโจทย์แฟนบอลทั่วไปเพิ่มมากขึ้น เพราะทีมจะอยู่ในภูมิภาคใกล้ๆ กัน มันจะช่วยลดค่าใช้จ่าย หรือเรื่องการเดินทางได้ จากการพูดคุยกันมา 2 ครั้ง การตอบรับก็โอเค ตอนนี้เรามีเป้าหมายแล้วว่าจะเหลือแค่ไทยลีก 3”

“ทุกทีมก็มุ่งมั่นจะทำสิ่งต่างๆ ก็มีการระดมความคิด จนกลายมาเป็นข้อสรุปอย่างงี้ ทุกคนก็ร่วมมือร่วมใจกันคิดมา เรื่องโควต้าเยาวชน เราว่าพวกเขาก็ยังมีโอกาส เรายังมีโควต้าแข้งเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี 2 คน ส่วนปีต่อไป เราอาจจะเพิ่มหรือเปล่า ก็ต้องดูกันอีกที เราต้องดูปีนี้ไปก่อน”

“ด้วยสภาพการณ์ตอนนี้ มันทำให้เราอยากได้ข้อสรุปโดยเร็ว และอยากให้เยาวชนยังมีโอกาสเล่น เรายังอยากให้เด็กมีโอกาสเล่น แต่เราก็ตัดเรื่องเยาวชนอายุไม่เกิน 21 ปีไปก่อน ไปนับรวมกับอายุไม่เกิน 23 ปี ส่วนโควต้าเอเชีย ก็ไม่มีแล้ว ดังนั้นนักเตะเอเชีย ก็จะคิดเป็นโควต้าต่างชาติไปเลย”

“ลีกสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 21 ปี ก็ยังเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนทีมบีของแต่ละทีม ก็เปลี่ยนใหม่หมด ตอนนี้ไม่มีทีมบีแล้ว ซึ่งทีมเขาอาจจะปล่อยให้ทีมไทยลีก 2 และ 3 ใช้ เพื่อให้สร้างประสบการณ์ให้เด็ก หรือจะให้เล่นกับสโมสรต่อไป ก็เป็นนโยบายของแต่ละทีมครับ” คุณอรรณพ กล่าวปิดท้าย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *